[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
ค้นหา   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น..แต่คนรู้จักเก็บมีเงิน 1 พันก็ซื้อหุ้นดีๆ สร้างอนาคตได้(11 ส.ค. 2563, 07:30) "ประกายฟ้า ศิษย์เส่ย" อดีตนักมวยไทย ล้มป่วยโรคไต ไม่มีเงินรักษา(11 ส.ค. 2563, 07:30) คิดว่าใครจะรอด เปิดโผ "ละคร" ครึ่งปีหลัง "4 ช่อง" ทิ้งไพ่เด็ดแย่งเรตติ้ง (11 ส.ค. 2563, 07:30) หงส์ซิวรายแรก อัปเดต 3 เป้าผี สรุป 8 ข่าวตลาดนักเตะรอบวัน(11 ส.ค. 2563, 07:22) "บรูโน" ทำสถิติสุดโหดหลังเกม "แมนยูฯ" เฉือน "โคเปนเฮเกน" ทะยานรอบรอง ยูโรปา(11 ส.ค. 2563, 07:15) "ทอย" สลัดลุคโอปป้าหน้าใส ลุยโคลนจับไอ้ช่อนมอมแมมใน "นางฟ้าลำแคน EP.10"(11 ส.ค. 2563, 07:15) สหรัฐอเมริกา มหาอำนาจสู่หายนะโควิด-19 (11 ส.ค. 2563, 07:15) ส.ป.ก.ตื่นปรับพื้นที่เสื่อมฯ สร้างผู้นำ ผลิตได้-ขายเป็น(11 ส.ค. 2563, 07:15) "มิ้นต์" เสิร์ฟเล้งแซ่บสื่อรัก "ออกัส" ปากเบิร์นเหงื่อท่วมใน "ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ EP.5"(11 ส.ค. 2563, 07:01) เชิญร่วมกิจกรรมในวันแม่แห่งชาติ(11 ส.ค. 2563, 07:01) เทียนทะเล..บอนไซสุดแพง(11 ส.ค. 2563, 07:01) หลายหมื่นหนีอาญา! เบื้องหลังไล่ล่า “บรรยิน” จัดฉาก อุ้มฆ่า ทลายแผนแหกคุก(11 ส.ค. 2563, 07:00) สภาพอากาศวันนี้ เหนือ กลาง ตะวันออก ใต้ฝนตกหนักบางพื้นที่ กทม.มีฝน 40%(11 ส.ค. 2563, 06:52) เปิดสถิติหลังเกม "แมนยูฯ" เชือดหืด "โคเปนเฮเกน" ลิ่วรอบรอง ยูโรปา(11 ส.ค. 2563, 06:45) "เข้ม" ไม่เข้มสมชื่อ ชอบ "ฐิสา" แต่ไม่กล้าจีบ เล่นละครคู่ "มุกดา" ก็ชอบมีลุ้นความสัมพันธ์(11 ส.ค. 2563, 06:45) หุ้นสหรัฐฯ ปิดผสม ดาวโจนส์เพิ่ม 7 วันติด น้ำมันขึ้น-ทองกลับมาบวก(11 ส.ค. 2563, 06:32) ผ่า 4 ประเด็นร้อน แมนยูฯ เฉือนหวิว โคเปนเฮเกน(11 ส.ค. 2563, 06:30) "ฟิล์ม-ธนภัทร" ซิงเกิลเดี่ยว "ชนะไปแล้ว" ควง "บี" ร่วม MV หวานทะลุจอ(11 ส.ค. 2563, 06:30) นางเอกซีรีส์จีนปลอมตัว แต่งหล่อไม่แพ้ผู้ชาย(11 ส.ค. 2563, 06:15) ฤกษ์ดี “มาสุ” ควง “โม มนชนก” บวงสรวงละคร "อุบัติร้ายอุบัติรัก"(11 ส.ค. 2563, 06:12)
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 18 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 1 คน

[Webmaster]
link banner
poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก
แปลภาษาจาก google
ป้อนข้อความ :

ค้นหาจาก google
หมวดหมู่ blog
สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 26/พ.ค./2559
ผู้ใช้งานขณะนี้ 0 IP
ขณะนี้
0 คน
สถิติวันนี้
20 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
68 คน
สถิติเดือนนี้
814 คน
สถิติปีนี้
19161 คน
สถิติทั้งหมด
175597 คน
IP ของท่านคือ 3.228.10.34
(Show/hide IP)
  

  หมวดหมู่ : ภาษาไทย
เรื่อง : ผงชูรส ที่มา-วัตถุดิบ-ประโยชน์และโทษ
blog name : admin
ระดับ : [ มือใหม่ ]
เข้าชม : 1173
เสาร์ ที่ 24 เดือน เมษายน พ.ศ.2553
A- A A+
        

สารปรุงแต่งรสอาหาร ผงชูรส มีที่มาเริ่มจากในปี พ.ศ.2451 ศาสตราจารย์ ดร.คิคุนาเอะ อิเคดะ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวอิมพีเรียล ประเทศญี่ปุ่น ค้นพบว่าผลึกสีน้ำตาลที่สกัดจากสาหร่ายทะเลที่ชื่อว่าคอมบุ คือ กรดกลูตามิก และเมื่อลองชิมพบว่ามีรสใกล้เคียงกับซุปสาหร่ายทะเล ซึ่งเป็นอาหารประจำวันของชาวญี่ปุ่นที่บริโภคกันมาหลายร้อยปี

จึงตั้งชื่อรสชาติของกรดกลูตามิกที่สกัดได้ว่า "อูมามิ" หลังจากนั้นได้จดสิทธิบัตรการผลิตกรดกลูตามิกในปริมาณมากๆ อันเป็นที่มาของอุตสาหกรรมผงชูรสในปัจจุบัน


ผงชูรสมีการขายในเชิงพาณิชย์ครั้งแรก ภายใต้ชื่อการค้าเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า อายิโนะโมะโต๊ะ หมายถึง แก่นแท้ของรสชาติ ผลิตโดยใช้วิธีการย่อยแป้งสาลีด้วยกรด เพื่อให้ได้กรดอะมิโนแล้วจึงแยกกลูตาเมตออกมาภายหลัง 

กระบวนการผลิตในปัจจุบันเริ่มจากใช้ขบวนการย่อยสลายแป้งมันสำปะหลังทางเคมี โดยใช้กรดกำมะถันหรือกรดซัลฟูริกที่อุณหภูมิ 130 องศาเซลเซียส จนได้สารละลายน้ำตาลกลูโคส จากนั้นผ่านกระบวนการหมักโดยใช้ยูเรียและเชื้อจุลินทรีย์จนได้แอมโมเนียกลูตาเมต ส่งผ่านกระบวนการทางเคมีต่อโดยใช้กรดเกลือหรือกรดไฮโดรคลอริก จนได้เป็นกรดกลูตามิก และผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีโดยใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ จะได้สารละลายผงชูรสหยาบ นำไปผ่านขบวนการฟอกสีโดยใช้สารฟอกสี จนเป็นสารละลายผงชูรสใส แล้วผ่านขั้นตอนสุดท้ายด้วยการทำให้ตกผลึกจนกลายเป็นผลึกผงชูรส

อาการแพ้ผงชูรส หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "ไชนีสเรสทัวรองซินโดรม" (Chinese Restaurant Syndrome) หรือ "โรคภัตตาคารจีน" เพราะร้านอาหารจีนมักใช้ผงชูรสกันมากนั่นเอง จะมีอาการชาและร้อนวูบวาบที่ปาก ลิ้น ใบหน้า โหนกแก้ม ต้นคอ หน้าอก บางคนมีผื่นแดงเกิดขึ้นตามตัว แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก

ประโยชน์ผงชูรสคงแค่เพิ่มความอร่อย แต่มีโทษมหันต์ถ้ากินในปริมาณมากเกินไป กำหนดไว้ไม่ควรบริโภคเกิน 2 ช้อนชาต่อวัน 

หากบริโภคมากเกินไปผงชูรสจะไปทำลายสมองส่วนควบคุมการเจริญเติบโต และระบบสืบพันธุ์ของร่างกาย ทำลาย ระบบประสาทตา สายตาเสีย ก่อให้เกิดมะเร็งได้โดยเฉพาะอาหารที่หมักผงชูรสแล้วนำไปปิ้ง ย่าง นอกจากนี้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ถ้าบริโภคมากเกินไปจะผ่านเยื่อกั้นระหว่างรกภายในร่างกายของผู้เป็นมารดากับทารกในครรภ์ได้ ทำให้ทารกในครรภ์ได้รับผลกระทบจากผงชูรสด้วย

วิธีการเลือกซื้อไม่ควรใช้ผงชูรสปลอม สังเกตจากตราประทับอย. และเลือกซื้อผงชูรสที่บรรจุในภาชนะปิดผนึกเรียบร้อย



Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.
รายละเอียดผู้เขียนบทความ blog
blog name :
เจ้าของ blog :
อาชีพ :
สถานที่ทำงาน :
จำนวนบทความใน blog :
ระดับของ blog :


//

2 เรื่อง
[ มือใหม่ ]

ภาษาไทย 5 อันดับล่าสุด

      แผนการของ NASA ในการส่งดาวเทียมสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ 13/พ.ค./2553
      ผงชูรส ที่มา-วัตถุดิบ-ประโยชน์และโทษ 24/เม.ย./2553



ความคิดเห็นที่ 1 พฤหัสบดี ที่ 13 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2553 เวลา 08:13:35
  ข้อความ :

     ลองดูนะครับ


โดย : netty    ไอพี : 127.0.xxx.xxx

กำลังแสดงหน้าที่ 1/1
<< 1 >>



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ tangpiroon2017@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป